แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานทะเบียนประวัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ งานทะเบียนประวัติ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ขั้นตอนการการตรวจสอบพิมพ์ลายนิ้วมือบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานราชการในมหาวิทยาลัย


1. เมื่อได้คำสั่งบรรจุพนักงานราชการ และสำเนาทะเบียนบ้านของพนักงานราชการนั้นๆมาแล้ว ส่งแบบฟอร์มการขอตรวจสอบลายนิ้วมือถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจไปให้คณะวิชา/หน่วยงานให้เจ้าตัวพนักงานราชการนั้นๆ กรอกข้อมูลส่วนตัวกลับมา

2. เมื่อได้แบบฟอร์มที่กรอกข้อมูลมาแล้ว ตรวจสอบข้อมูลว่าตรงตามสำเนาทะเบียนบ้านและคำสั่งบรรจุหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบชื่อสถานีตำรวจว่าถูกต้องตามท้องที่ที่จะไปพิมพ์ลายนิ้วมือหรือไม่

3. เมื่อตรวจสอบข้อมูลว่าถูกต้องแล้ว ทำหนังสือถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจ เสนอรองอธิการบดี(บริหาร)ลงนาม

4. เมื่อรองอธิการบดี(บริหาร)ลงนามแล้ว ส่งหนังสือให้ผู้จะไปตรวจสอบพิมพ์ลายนิ้วมือถือหนังสือไปถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจด้วยตัวเอง

5. เมื่อได้รับผลการตรวจสอบพิมพ์ลายนิ้วมือ และตรวจสอบประวัติแล้ว ให้เสนอผลการตรวจสอบลายนิ้วมือ ให้รองอธิการบดี(บริหาร)ทราบ แล้วเก็บแฟ้มประวัติต่อไป

ขั้นตอนการขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ชื่อ-สกุล ของข้าราชการและลูกจ้างประจำ


1. รับเอกสารการขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ชื่อสกุล ของข้าราชการ / ลูกจ้างประจำ

2.. ทำหนังสือขอเปลี่ยนชื่อ 2 ฉบับ ถึงกรมบัญชีกลาง 1 ฉบับ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) 1 ฉบับ เสนอรองอธิการบดี (บริหาร) ลงนาม

3. ถ่ายสำเนาเอกสารการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ชื่อสกุล 2 ชุด แนบหนังสือถึงกรมบัญชีกลางและ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(ส.ก.อ.)

4. ออกเลขที่ และส่งหนังสือถึงกรมบัญชีกลาง และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)

5. แก้ไขข้อมูลการเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ชื่อสกุล ในระบบฐานข้อมูลบุคลากร (ระบบ MIS) แฟ้มประวัติ และก.ม.1 แล้วเก็บเรื่องในแฟ้มประวัติต่อไป

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา


เมื่อพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา มีความประสงค์สมัครเข้าเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และยื่นแบบฟอร์มใบสมัครสมาชิกกองทุนมายังงานทะเบียนประวัติ กองการเจ้าหน้าที่ งานทะเบียนประวัติก็จะดำเนินการตรวจแบบฟอร์มใบสมัครว่าลงข้อมูลเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน เลขที่ตำแหน่ง วันบรรจุ จากคำสั่งบรรจุและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และชื่อผู้รับผลประโยชน์ ว่าถูกต้องครบถ้วนหรือ ไม่ เพื่อส่งกองคลังดำเนินการต่อไป

สำหรับกรณีที่สมาชิกกองทุนฯขอลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนฯ สมาชิกผู้นั้นจะต้องทำบันทึกถึงรองอธิการบดี(บริหาร) เพื่อขอลาออกจากกองทุนฯ โดยต้องระบุรายละเอียดชื่อกองทุนฯ เลขสมาชิกกองทุนฯ และวันที่ลาออกจากกองทุนฯ รวมทั้งกรอกแบบฟอร์มใบลาออกจากการเป็นเป็นสมาชิกกองทุนฯมาด้วย

วิธีการคิดคำนวณเวลาทวีคูณ


เมื่อมีประกาศให้ข้าราชการพ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุ และลาออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) ต้องตรวจสอบประวัติการรับราชการจากแฟ้มประวัติ และแบบ กม.1 /สมุดประวัติ ว่าในช่วงเวลารับราชการที่ผ่านมานั้นข้าราชการผู้นั้น ได้ลาป่วย ลากิจ ลาศึกษา โดยไม่ได้รับเงินเดือนและมีโทษวินัย เช่น ตัดเงินเดือน หรือขาดราชการหรือไม่ ในช่วงที่มีการประกาศกฎอัยการศึก ข้าราชการผู้นั้นได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ หรือไม่ หากไม่อยู่ ให้นำเวลาในช่วงดังกล่าวไปหักออกจากวันที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยนำช่วงเวลาที่กล่าวไปแล้วข้างต้น(ถ้ามี) ไปกรอกในแบบใบรับรองสมุดประวัติและเวลาทวีคูณระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในเขตที่ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึก(ตามแบบของกรมบัญชีกลาง)เพื่อคิดคำนวณเวลาทวีคูณ

วิธีการตรวจสอบวุฒิการศึกษาต่างประเทศ


หลังจากที่ประชุม ก.บ.ม. และ ก.บ.พ. อนุมัติให้บรรจุพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา และพนักงานราชการใหม่แล้ว งานทะเบียนประวัติจะดำเนินการตรวจสอบวุฒิการศึกษา ซึ่งกรณีที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ จะต้องให้ผู้สำเร็จการศึกษากรอกแบบฟอร์มขอตรวจสอบวุฒิ(ตามแบบของ ก.พ.) เพื่องานทะเบียนประวัติส่งไปยังมหาวิทยาลัย/สถาบันที่ผู้นั้นจบการศึกษาเพื่อขอตรวจสอบวุฒิต่อไป

วิธีการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย(สายสะพาย) สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับ 8


ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิงมงกุฎไทย พ.ศ.2536 ได้กำหนดหลักเกณฑ์การขอเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย(ป.ม.) สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับบัญชาระดับ 8 ว่าจะต้องมีคุณสมบัติพิเศษ คือ จะต้องดำรงตำแหน่งระดับ 8 เงินเดือนเต็มขั้นของระดับ 8 เป็นผู้บังคับบัญชาระดับผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่ากอง และจะต้องเกษียณอายุในปีที่ขอพระราชทาน ซึ่งงานทะเบียนประวัติต้องตรวจสอบว่ามีผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวและมีคุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ หากมีก็ให้ประสานกับคณะวิชา/หน่วยงานเพื่อนำเสนอเรื่องเพื่อขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้แก่ข้าราชการผู้นั้นต่อไป